การมีมิติแก่นแท้ของธรรมะในเรื่องของกฎไตรลักษณ์ อันได้แก่อนิจจังทุกขังอนัตตา ในการพัฒนาจิตวิญญาณตนเอง ช่วยให้เรามีหางเสือกำกับทักษะวิชาต่างๆที่เรามี ที่เราใช้ ที่เราฝึกฝน
ด้วยวิชาทางโลกและวิชาทางจิตวิญญาณนั้นมีความหลากหลาย บางวิชาก็ดูเหมือนเป็นเรื่องมหัศจรรย์ตื่นตาตื่นใจและอาจนำพามาด้วยการเคารพบูชาจากผู้อื่น
ฉะนั้นแล้วการมีมิติของธรรมะ ที่ว่าด้วยกฎไตรลักษณ์ ให้เราตระหนักถึง
อนิจจัง
* ความไม่แน่นอนในใจ ความรู้สึกของตนเอง
* การเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของความคิด
* เดี๋ยวมีพละกำลัง เดี๋ยวหมดแรง
ทุกขัง
* การดำรงอยู่ชั่วขณะ สภาวะที่ทนได้ยาก ที่เกิดขึ้นกับร่างกาย จิตใจ ความคิด
อนัตตา
• หายไป สลายไป เปลี่ยนไป เสื่อมไป ไม่มี
ช่วยให้เราตระหนักว่าตัวเราเองก็เป็นเพียงผู้ฝึกฝน เพราะในทุกสภาวะที่เกิดขึ้น ไม่มีสิ่งใดจะถือเอาเป็นตัวเป็นตนได้เลย จึงเป็นอารมณ์ของอุเบกขา ที่เห็น เข้าใจกระบวนการและวางลง
กฏไตรลักษณ์นั้น ส่งเสริมให้ในเวลาที่เราแชร์ทักษะวิชาที่เรามีส่งออกไปสู่ผู้อื่น เป็นความเท่าเทียมแก่กันและกัน และนำพาให้ผู้คนเขาถึง “ความศักดิ์สิทธิ์ในตนเอง อันแรกว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน”
“LC”

ใส่ความเห็น